เรื่องราวของทอม

เรื่องราวของทอม

ไม่มีที่ไหนที่ผมจะระบายความโศกเศร้านี้ได้ ดังนั้นผมจึงตกอยู่ในสภาวะทำร้ายตัวเอง

ผมเติบโตมาในครอบครัวไม่ได้เคร่งศาสนา และเท่าที่จำได้ ผมเคยไปโบสถ์แค่หนเดียวตอนที่น้องชายผมรับบัพติศมา ผมเชื่อเสมอว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่เหนือเรา แต่ผมคิดว่าศาสนาคริสต์เป็นเรื่องที่ล้าสมัยและไม่เกี่ยวกับผมเลย

สำหรับผมแล้ว พระเยซูเป็นแค่ผู้ชายที่ชาญฉลาดคนหนึ่ง  ผมเคยคิดว่าชีวิตเราคือการแสวงหาความสำเร็จ และนั่นหมายถึงการมีเพื่อนเยอะๆ มีคนชอบ และได้ทำงานอย่างที่ตัวเองฝันไว้  ผมหวังว่าถ้าตอบโจทย์ทุกข้อได้แล้ว ผมน่าจะพึงพอใจ

ตอนอายุได้ 16 ปี เพื่อนผมเป็นมะเร็งและเสียชีวิตไม่กี่เดือนหลังจากนั้น  ผมไม่รู้ว่าจะมีปฏิกิริยาอย่างไรดีกับเรื่องนี้แต่มันทำให้ผมสะเทือนใจมาก   ไม่มีที่ไหนที่ผมจะระบายความโศกเศร้านี้ได้ ดังนั้นผมจึงตกอยู่ในสภาวะทำร้ายตัวเอง  วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือเก็บกดความรู้สึกเอาไว้ภายใน

ผมเริ่มออกเที่ยวมากขึ้น ดื่มและเริ่มเล่นยา  สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ผมมีความสุขมากขึ้นเลย ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร  ถึงแม้ว่าจุดขายของสิ่งเหล่านี้คือ “ลองสิแล้วคุณจะมีค่ำคืนสุดเจ๋ง”  แต่ทุกเช้า ผมจะตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกว่างเปล่าแบบเดิม ๆ

เมื่ออายุได้ 19 ปี ผมย้ายไปอยู่ที่เมืองไบรตัน เพื่อศึกษาต่อธุรกิจด้านดนตรี  ผมก็ยังใช้ชีวิตแบบนั้นจนกระทั่งชีวิตผมดำดิ่งสู่ก้นเหวในสองสามเดือนต่อมา  ผมอยู่โดดเดี่ยวในเมืองที่ไม่รู้จักและไม่มีคนที่พอจะพูดจากันได้เลย

ช่วงเวลานี้เอง ลิเดีย เพื่อนของผม ได้เชิญให้ผมไปร่วมงานเลี้ยงสำหรับนักศึกษาที่คริสตจักร ซึ่งตอนนั้นผมคิดว่าจะลองไปดู  ผมจำได้ว่า ขณะที่เดินอยู่ด้านนอกคริสตจักร ผมก็คิดว่า “โบสถ์ร้างๆ? ดนตรีชั้นยอด?  คงจะเจ๋งอยู่หรอกนะ”

มันออกจะไม่ใช่อย่างที่ผมคิด แต่ผมจำได้ว่า ผมกลับบ้านไปและสังเกตเห็นว่า ผมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า หรือเป็นที่รักมาก่อนในชีวิตมากเท่านี้  คืนนั้น ความรู้สึกว่างเปล่าภายในตัวผมละลายหายไปเกือบหมด

ผมเริ่มช่วยงานในโครงการช่วยเหลือผู้ที่ไม่มีที่อยู่อาศัยของคริสตจักร ทุกสัปดาห์ผมมีคำถามมากมาย – เกี่ยวกับพระเยซู, การอธิษฐาน และการนมัสการ – จนในที่สุด ลิเดียก็แนะนำให้ผมลองเข้าอัลฟ่าเพื่อจะได้ค้นหาว่าความเชื่อคืออะไรกันแน่

ผมแปลกใจมากที่ได้เห็นคนหนุ่มสาวมากมายที่คริสตจักร  เมื่อผมถามคำถามต่างๆ เขาเหล่านั้นก็เปิดใจ และพูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่เขาเองก็สงสัย และประสบการณ์ต่างๆ เป็นสิ่งมีชีวิตชีวามากที่เห็นว่าศาสนาคริสต์ไม่ใช่เรื่องล้าสมัย มันร่วมสมัย และเกี่ยวข้องกับคนรุ่นเรา

การเดินทางสู่ความเชื่อของผมเริ่มขึ้นเมื่อเพื่อนเชิญให้ผมเข้าอัลฟ่า และชวนให้ผมค้นหาเกี่ยวกับพระเยซู

ผมไม่ได้เป็นกลายคริสเตียนในชั่วข้ามคืน และไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรใหญ่โตที่ผลักดันให้ผมตัดสินใจติดตามพระเยซู  มันค่อยเป็นค่อยไป เป็นความเข้าใจอย่างช้าๆ ซึ่งเหมาะกับผม เนื่องจากผมต้องการเวลาที่จะค่อยๆ คิด ผมรู้สึกโล่งสบายยิ่งขึ้น และเริ่มที่จะค้นหาวิธีในการระบายความรู้สึกต่างๆ แทนที่จะเก็บกดมันไว้อย่างที่เคยทำมาหลายต่อหลายปี

ช่างน่าโล่งใจจริงๆ ที่ได้รู้ว่า ยังมีผู้หนึ่งคอยใส่ใจผม ห่วงใยว่าผมจะรู้สึกอย่างไร  แทนที่จะซ่อนทุกอย่างไว้ภายใต้การดำเนินชีวิตหรือวัตถุนิยมต่างๆ ผมมั่นใจในความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น เพราะผมรู้ว่าผมถูกสร้างให้เป็นแบบนี้ด้วยเหตุผลบางประการ

การเดินทางสู่ความเชื่อของผมเริ่มขึ้นเมื่อเพื่อนคนหนึ่งชวนให้ผมเข้าอัลฟ่า และชวนให้ผมค้นหาเกี่ยวกับพระเยซู  ผมขอบใจเธอเสมอที่กล้าชวนผม ตอนนั้นเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่า มันจะส่งผลกับชีวิตผมมากมายขนาดไหน

 

อัลฟ่าเปิดโอกาสให้คุณได้ค้นหาความหมายแห่งชีวิต ค้นหาอัลฟ่าใกล้คุณ

Want to find an Alpha near you

Try Alpha

Find out more about Alpha

Learn more