Stamp's STORY

Stamp's STORY

เคยสงสัยมาตลอดว่าพระเจ้ามีจริงเหรอ?  ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมันแค่เรื่องบังเอิญหรือเปล่า? พระเยซูนี่มีจริงใช่ไหม? คำสอนในพระคัมภีร์ มนุษย์เป็นคนคิดขึ้นเองไหม? ที่บอกว่าพระเจ้ารักเรา ให้อภัยเราเสมอ นั่นเรานิยามขึ้นมากันเองหรือเปล่า? เราจะเชื่อได้อย่างไร?

เพชรชมพู พยัคโคหรือเเสตมป์อายุ 24 ปี ตอนนี้ทำธุรกิจส่วนตัว แสตมป์สนิทกับคุณแม่มาก และได้ยินเรื่องราวของพระเจ้าผ่านคุณแม่ แต่กว่าจะทำให้แสตมป์เข้าใจสิ่งต่างๆ และตัดสินใจเดินบนเส้นทางสายนี้ก็มีหลายๆ อย่างต้องเผชิญและค้นหา

IMG_8959_Edit.jpg

เติบโตมาในครอบครัวที่มีเพียงคุณเเม่เป็นเสาหลักของบ้าน  ความท้าทายเเละความกดดันที่ติดตัวเราเสมอเลยคือ ความเหงา ความกลัวที่จะพึ่งพาผู้ชายเพราะเห็นประสบการณ์จากคุณเเม่ ที่สำคัญคือความกดดันในความสามารถของตัวเอง ที่ต้องการจะพัฒนาให้สามารถดูเเลเเม่ได้ จึงเหมือนต่อสู้อยู่ตลอด ทำให้รู้สึกเหนื่อยเเละท้อ สิ่งที่ยากที่สุดที่ผ่านมาเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างวัยเรียนเข้าสู่วัยที่ต้องทำงาน สถานการณ์ความกดดันต่างๆ ทำให้ต้องรอบคอบ และคิดเยอะมากกว่าตอนที่เรียนหนังสืออยู่ ต้องหาสิ่งที่ชอบไปพร้อมๆ กับการที่เราต้องดูแลตัวเองให้ได้ ให้มากพอที่จะดูแลครอบครัวได้ด้วย จึงเป็นอะไรที่ค่อนข้างเครียด

 

ในบ้านที่มีแต่ผุ้หญิง ทำให้เราต้องเข้มแข็ง ต้องดูแลกันและกันให้ได้ พวกเราใช้ชีวิตกันอย่างระมัดระวังเสมอ แต่การที่ถูกเลี้ยงมาด้วยแม่คนเดียวนั้นไม่เคยทำให้มองว่ามันคือข้อผิดพลาดหรือด้อยกว่าใครเลย  มีความสุขในแบบของเรา  บ้านที่มีแต่ผู้หญิงไม่ใช่บ้านที่มีแต่ความอ่อนแอค่ะ เราทั้งเข้มแข็งและอ่อนโยนไปพร้อมๆ กัน ซึ่งมันดีมากๆ เลย

คุณแม่รู้จักพระเจ้าผ่านทางเพื่อนที่เป็นคริสเตียน และเพื่อนของแม่ก็เป็นคนคอยแนะนำ พูดคุย และไปโบสถ์ด้วยกันทุกอาทิตย์ ตัวเองก็ไปโบสถ์กับแม่ แต่ไม่ได้มีความรู้สึกเป็นคริสเตียน หรือเชื่ออะไรเลย มีคำถามมากมายเกี่ยวกับคริสเตียนซึ่งเมื่อก่อนไม่กล้าถาม เพราะเป็นคำถามที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนและอาจทำให้เกิดข้อขัดแย้งได้ เช่น พระเจ้ามีจริงเหรอ  ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมันแค่เรื่องบังเอิญไม่ใช่เหรอ พระเยซูนี่มีจริงใช่ไหม  แล้วถ้าเขาเป็นแค่มิจฉาชีพล่ะ คำสอนในพระคัมภีร์มนุษย์เป็นคนคิดขึ้นเองหรือเปล่า  ที่เขาบอกว่าพระเจ้ารักเรา ให้อภัยเราเสมอ นั่นเรานิยามขึ้นมากันเองหรือเปล่า เราจะเชื่อได้อย่างไร ? 

IMG_8983_Edit.jpg

การเดินทางเริ่มต้นขึ้น เมื่อคุณน้าที่โบสถ์ท่านนึงชวนให้เข้าอัลฟ่า ซึ่งมีการจัดที่โบสถ์เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2017 เธอบอกว่าจะมีประโยชน์มากและจะได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ ด้วย ตอนนั้นเรามาโบสถ์ทีไรก็จะคอยตามติดคุณเเม่ตลอด ไม่กล้าคุยกับใครเลย ไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับอัลฟ่ามาก่อน ก็ไม่แน่ใจว่าจะเจอกับอะไรบ้าง แล้วก็ต้องแปลกใจ เพราะวันแรกที่ได้เข้าอัลฟ่าเหมือนเป็นการคุยกันในห้องรับเเขกของบ้านเพื่อนเลยค่ะ ทุกอย่างมันเป็นกันเองมากๆ คิดว่าสิ่งนี้คือสเน่ห์ที่ทำให้รู้สึกอยากมาร่วมอัลฟ่าในทุกๆ อาทิตย์ ความสัมพันธ์ของเรากับพี่ๆ ในอัลฟ่าดีขึ้นทุกครั้งๆ จนเราเเทบไม่รู้ตัวเลย สิ่งแวดล้อมต่างๆ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายจนกล้าถามคำถามยากๆ  ซึ่งคงถามที่อื่นไม่ได้ แต่ที่อัลฟ่า สามารถถามได้ทุกอย่าง และคำถามของเราจะไม่สร้างปัญหา พวกเขาพร้อมที่จะตอบ และช่วยกันหาคำตอบเพื่อเราด้วยวิธีที่ไม่กดดันหรือเคร่งเครียดเกินไป นี่คือสิ่งที่ดีมากๆในอัลฟ่า

จากประสบการณ์ที่ได้รับในอัลฟ่า ทำให้รู้สึกดีกับคริสเตียนมากขึ้น ที่เคยรู้สึกแรกๆ ตอนมาโบสถ์ว่าคริสเตียนดูยัดเยียดความเชื่อให้เรามากเกินไปจนเรารู้สึกต่อต้าน  แต่กับอัลฟ่าทำให้มองว่าจริงๆ แล้วคริสเตียนเขารักพระเจ้านะ จริงๆ แล้วเขาต้องการและชอบมากที่จะตอบคำถามของเรา เล่าสิ่งที่พระเจ้าทำให้กับเขา หรือความสุขที่เขามีอยู่ตอนนั้น  ทุกครั้งที่ไปอัลฟ่า รู้สึกว่าพวกเขาทุกคนดูมีความสุขมาก และยังดูใจดีมากๆด้วย ทำให้มีครั้งหนึ่งที่เคยคิดว่าเล่นๆว่าคริสเตียนเป็นยังไงกันนะ? แล้วก็ให้คำตอบกับคำถามนี้ว่า “คริสเตียนคือกลุ่มคนที่มีความสุข”  

หลังจากที่ต้อนรับพระเยซูคริสต์เข้ามาในชีวิต ตอนนี้เราก็คือกลุ่มคนที่มีความสุขแล้วค่ะ  มีหลายอย่างที่พระเจ้าเปลี่ยนจากข้างใน คำตอบของชีวิตบางข้อได้รับแล้วแต่บางข้อยัง แต่ก็ทำให้ ‘มีความหวัง’ เชื่อว่าจะได้รับคำตอบในอนาคต  การได้รู้จักกับพระเจ้า คือสิ่งที่ดีที่สุด เหมือนได้รับการดูแล ได้รับความรัก และได้รับความหวังในทุกๆ วัน

 

ความสัมพันธ์กับแม่หลังจากที่เชื่อพระเยซูคริสต์แล้วดีขึ้นมากจากเมื่อก่อนค่ะ  เพราะเคยรู้สึกต่อต้านแม่จากการที่แม่พยายามทำให้เชื่อพระเจ้ามากเกินไป ตอนนี้เรามีความรักแบบเดียวกัน ทำให้มีความสุขกันมากขึ้น ได้พูดคุยกัน ร้องเพลงด้วยกัน  เป็นพยานให้กัน แบ่งปันข้อพระคัมภีร์ด้วยกัน  หนุนใจกันในวันที่รู้สึกไม่ดี สิ่งเหล่านี้ทำให้ครอบครัวเราไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นี่คือสิ่งที่พระเจ้าเตรียมไว้สำหรับเรา ซึ่งดีเกินกว่าที่เราคิดไว้มากค่ะ

 

ได้มีส่วนร่วมในการจัดอัลฟ่าที่โบสถ์เมื่อมีโอกาส อยากที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะช่วยให้ใครอีกหลายๆ คนได้เจอกับประสบการณ์พิเศษนี้ ถ้าพวกเขาได้มารู้จักกับพระเยซูคริสต์ ทุกอย่างจะต้องเปลี่ยนเเปลงไป พวกเขาจะมีความหวัง มีความสุข เเละเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ชุมชนของเราจะกลายเป็นชุมชนที่ดีค่ะ

 

Find an Alpha near you

Try Alpha

Find out more about Alpha

Learn more